วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอยากจะแนะนำให้คนเข้าไปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตของตนเอง

ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ถูกสร้างมาตั้งแต่ในสมัยของยุคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 4    และวัดแห่งนี้นั้นยังเป็นอนุสาวรีย์สหชาติ

ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของประเทศไทยเพราะเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหารและเป็นวัดที่มีความสำคัญกับกรุงรัตนโกสินทร์เป็นอย่างมากเพราะเป็นหนึ่งในวัดที่มีการสร้างขึ้นมาให้ถูกต้องตามหลักประเพณี 

 

วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร 

สำหรับวัดที่เราจะแนะนำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมและไปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดแห่งนี้นั้นก็คือ  วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ซึ่งเชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะไม่ค่อยคุ้นชินกับชื่อเสียงของวัดแห่งนี้มากมายเท่าใดนัก

เพราะคนส่วนใหญ่แล้วเมื่อเดินทางไปเที่ยวในกรุงเทพฯก็มักจะมีการกราบไหว้ขอพรวัดพระแก้วหรือแม้แต่วัดโพธิ์รวมถึงวัดอื่นๆอีกมากมายแต่มักจะมองข้ามวัด วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร 

สำหรับวัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร  นั้น เป็นวัดที่มีบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบและถ้าหากใครต้องการที่จะไปทำบุญไหว้พระ 1 ในวัดที่อยากจะแนะนำให้ไปเลยก็คือ

วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร  แห่งนี้นั่นเองถึงแม้ว่าจะเป็นวัดที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดแต่ภายในพื้นที่บริเวณวัดนั้นก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เยอะแยะมากมาย

ประดิษฐานอยู่รวมถึงที่วัดแห่งนี้มีทั้งเป็นเยาววัตถุและปูชนียสถานที่น่าสนใจและมีความงดงามเป็นอย่างมากเพราะมีศิลปะของการออกแบบในยุคสมัยโบราณที่สวยงาม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในอุโบสถนั้นจะมีพระประธาน 

ประดิษฐานอยู่ซึ่งองค์พระประธานนั้นก็คือพระพุทธสิหิงค์ค่ะปฏิมากรเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการทรงให้ช่างทำการจำลองพระพุทธสิหิงค์องค์จริงแล้ว

นำมาประดิษฐ์ฐานที่วัดแห่งนี้เพื่อให้ผู้คนได้เคารพกราบไหว้รวมถึงภายในอุโบสถนั้นก็ยังมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังที่มีความงดงามเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นภาพที่มีความเกี่ยวข้องกับพระราชพิธี 12 เดือนรวมถึงภาพประสานณเจดีย์และภาคสุริยุปราคาเป็นต้น

 

อุโบสถของ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร สร้างขึ้นมาจากหินอ่อนและมีการตกแต่งด้วยสีทองเหลืองอร่ามมีการฉลุลวดลายเอาไว้อย่างสวยงามที่สำคัญบริเวณด้านหน้าของอุโบสถนั้นยังมีการสร้างรูปเสมือนของเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดแห่งนี้

ซึ่งถูกแต่งตั้งตั้งแต่สมัยของรัชกาลที่ 4 เอาไว้ประดิษฐานหน้าอุโบสถอีกด้วยเพื่อให้ผู้คนนั้นได้บูชากราบไหว้ซึ่งเป็นรูปของสมเด็จพระสังฆราช  สา ปุสสเทโว นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    ชุดตรวจ hiv

เศรษฐกิจต้มยำกุ้งของไทย

 

เศรษฐกิจต้มยำกุ้งของไทย เป็นหนึ่งในวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย วิกฤตินี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2540-2541 โดยเริ่มจากการล่มสลายของค่าเงินบาทที่นำไปสู่ปัญหาทางการเงินและเศรษฐกิจในระดับประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เศรษฐกิจต้มยำกุ้งมีลักษณะเป็นวิกฤติทางการเงินที่เกิดจากการสะสมของปัจจัยหลายอย่างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่:

  1. การเปิดเสรีทางการเงิน: ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990 ประเทศไทยได้เปิดเสรีทางการเงิน ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ และลดข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาล
  2. การขยายตัวของสินเชื่อและหนี้: การไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศทำให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทต่างๆ สามารถกู้เงินได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของสินเชื่อและการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น โดยไม่มีการคำนึงถึงความเสี่ยงเพียงพอ
  3. การเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น: การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ราคาทรัพย์สินพุ่งสูงเกินจริง และเกิดภาวะฟองสบู่
  4. การจัดการทางการเงินไม่เหมาะสม: ค่าเงินบาทถูกผูกกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลานั้น ทำให้มีการรักษาอัตราแลกเปลี่ยนคงที่แม้เศรษฐกิจเริ่มมีปัญหา ส่งผลให้การขาดดุลการค้ามีมากขึ้นและทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง

 

วิกฤติเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เมื่อประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท การลอยตัวนี้ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว

ส่งผลให้บริษัทและธนาคารที่มีหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศต้องแบกรับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และหลายองค์กรต้องปิดตัวลงหรือประกาศล้มละลาย

วิกฤติเศรษฐกิจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยหดตัวอย่างรุนแรง GDP ลดลงหลายปีติดต่อกัน และอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยตกลงอย่างรุนแรง และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เคยรุ่งเรืองกลับเผชิญกับการล่มสลาย

 

การแก้ไขปัญหา

รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้ร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขอความช่วยเหลือทางการเงินและการปฏิรูปเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางการเงินและปรับโครงสร้างระบบธนาคารใหม่ มาตรการที่ใช้ได้แก่:

 

  1. การฟื้นฟูระบบธนาคาร: รัฐบาลได้ปฏิรูปและฟื้นฟูระบบธนาคาร โดยการจัดตั้งหน่วยงานบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อจัดการหนี้เสีย (NPL) ในระบบธนาคาร
  2. การปฏิรูปทางการเงิน*: การปรับนโยบายทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เช่น การเพิ่มทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ และการปรับอัตราแลกเปลี่ยนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  3. การส่งเสริมการส่งออก: ประเทศไทยได้หันมาส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก

แม้วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่การปฏิรูปและการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวและมีเสถียรภาพในระยะยาว            

 

 สนับสนุนเนื้อหาโดย      ชุดตรวจ hiv