สร้างพลังความอบอุ่นให้แก่บ้าน ด้วยการเริ่มต้นทำสิ่งนี้

อากาศหนาวที่กำลังเดินทางมาเยี่ยมจะก่อให้บ้านของพวกเราแปรไปจากเดิมด้วยพลังงานใหม่

ซึ่งในศาสตร์ ฮวงจุ้ย หน้าหนาวกล่าวได้ว่าเป็นฤดูหยิน นับว่าเป็นขณะที่เงียบ เหมาะกับการพินิจพิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ก็เลยเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้พวกเราอยู่บ้านเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งนี่เป็นแนวทางปรับฮวงจุ้ยบ้านรับลมหนาว ที่สามารถช่วยเพิ่มพลังงานที่ดีให้กับบ้านพร้อมทำให้บ้านอบอุ่นขึ้น

 

1.ชำระล้างบ้านด้วยส้ม

ตอนหน้าหนาวพวกเราชอบปิดหน้าต่างเพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้ลมเย็นๆพัดเข้าบ้าน โดยเหตุนั้นอากาศในบ้านของพวกเราก็เลยนิ่งมากมาย

สำหรับวิธีกล้วยๆสำหรับการเพิ่มพลังงานให้บ้านแล้วก็ทำให้บ้านมีอากาศแจ่มใสทั้งช่วยปกป้องแบคทีเรียไม่ให้เกิดขึ้นโน่นเป็นวิธีการทำความสะอาดบ้านด้วยส้ม

หรือมะนาวเนื่องจากสิ่งพวกนี้เป็นตัวช่วยทำลายเชื้อจากธรรมชาติที่สุดแสนจะดีเยี่ยมที่สุด ดังเช่นว่าการนำเปลือกของมะนาวไปชำระล้างเตา ซึ่งจะมีผลให้เตาที่อาจมีคราบเปื้อนไขมันอันเปรอะเปื้อนกลับมาน่าใช้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

2.ตกแต่งบ้านใหม่ ด้วยของที่มีอยู่ในบ้าน

เมื่อมีความคิดว่าพลังงานเริ่มขัดข้องในช่วงฤดูกาลนี้ การคิดจะตกแต่งเปลี่ยนแปลงบ้านใหม่นิดๆหน่อยๆนับว่าเป็นสิ่งที่ดี ด้วยเหตุผลดังกล่าวแทนที่จะกดโทรศัพท์เคลื่อนที่สั่งสินค้าออนไลน์มาตกแต่งบ้าน

ทดลองมองหาของใช้สำหรับเพื่อนำมาใช้ตกแต่งบ้านจากสิ่งที่มีอยู่เดิม ทดลองย้ายแจกัน เครื่องเรือนต่างๆเพียงนิดหน่อย

คุณจะพบว่ามีพลังงานใหม่เกิดขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากที่จะทำให้ท่านกำเนิดแรงจูงใจสำหรับในการจัดตกแต่งบ้านแล้ว บ้านคุณยังมองเป็นระเบียบขึ้นอีกด้วย

 

3.ประเมินสิ่งที่คุณอยากจริง ๆ

ทดลองเช็กมองว่ามีสิ่งที่อยู่ในตู้เก็บเสื้อผ้าหรือใต้เตียงแบบที่คุณไม่เคยใช้มาก่อนหรือเปล่า เมื่อได้ทดลองวางแบบตกแต่งบ้านใหม่คุณอาจพบว่ามีอะไรบางอย่างที่คุณไม่ได้อยากต้องการ

จริงๆแม้สิ่งนั้นผิดประยุกต์ใช้ข้างใน 6 เดือนก็ให้จัดว่าพวกเราจำต้องลาจากสิ่งนั้นจริงๆเนื่องจากว่าถ้าทิ้งเอาไว้จนกระทั่งมีการสะสมของฝุ่นละออง

จะยิ่งเป็นการเพิ่มพลังงานที่อยู่นิ่งให้บ้าน โดยเหตุนั้นถ้าหากไม่บริจาค ก็บางทีอาจนำข้าวของพวกนั้นไปนำไปสู่คุณประโยชน์

 

4.สร้างมุมนั่งสมาธิ

เมื่อพลังหยินเป็นพลังที่การพักผ่อนหย่อนใจ พลังที่การพินิจ ด้วยเหตุนั้นให้พวกเราบำรุงฤดูนี้ด้วยการนอนให้เยอะขึ้น หรืออ่านหนังสือ นั่งสมาธิ ด้วยการใช้ผ้าแบบเรียบรวมทั้งหมอนที่ทำให้มีความรู้สึกถึงความอบอุ่น

 

5.ทดลองฝึกทำบางอย่าง

เมื่อได้ใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ ก็นับว่าเป็นช่วงเวลาดีๆสำหรับในการได้ทดลองเริ่มทำโครงงานต่างๆที่ต้องการทดลองทำ ได้แก่การประกอบอาหารถือว่าเป็นการเพิ่มความอบอุ่นรวมทั้งพลังบวกให้กับบ้าน

แนวทางการทำซุปหรือสตูด้วยผักตามฤดูกาลนับว่าเป็นแนวทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ หรือจะทดลองทำสบู่กับเทียนหอมเพื่อปลดปล่อยพลังความอบอุ่นแล้วก็ประดิษฐ์

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    บุญเจริญ

อาหารต้องห้าม ยิ่งกินยิ่งแก่ 

ความแก่ชราเป็นกระบวนการธรรมชาติที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ แต่เราสามารถ ชะลอ หรือ เร่ง มันได้ผ่านสิ่งที่ตักเข้าปากในทุกๆ วัน หลายคนปรนนิบัติผิวด้วยครีมราคาแพง แต่กลับทำร้ายเซลล์จากภายในด้วยอาหารที่ทำลายคอลลาเจนและกระตุ้นการอักเสบ

หากคุณไม่อยากหน้าไปก่อนวัย นี่คือลิสต์ อาหารต้องห้าม ยิ่งกินยิ่งแก่  ยิ่งทำให้ร่างกาย “พัง” และดูแก่กว่าวัย วันนี้  หวยบุญเจริญ จะมาแนะนำข้อมูลดังนี้

  1. น้ำตาลและของหวาน (ตัวการร้ายทำลายคอลลาเจน)

น้ำตาลไม่ได้แค่ทำให้อ้วน แต่มันคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของผิวพรรณ เมื่อเรากินน้ำตาลมากเกินไป จะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า Glycation น้ำตาลจะเข้าไปจับกับโปรตีนในร่างกาย

รวมถึง คอลลาเจน และ อีลาสติน ทำให้โครงสร้างผิวอ่อนแอลง ขาดความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น และผิวหมองคล้ำเสียความสดใส

 

  1. อาหารแปรรูปและโซเดียมสูง

ไส้กรอก เบคอน อาหารแช่แข็ง หรือขนมกรุบกรอบ มักอัดแน่นไปด้วย โซเดียม และสารกันบูด โซเดียมที่สูงเกินไปจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ผิวพรรณดูบวมฉุ

โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา นอกจากนี้ สารไนเตรตในเนื้อสัตว์แปรรูปยังกระตุ้นการอักเสบในระดับเซลล์ ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น

 

  1. ไขมันทรานส์ (Trans Fat)

ไขมันชนิดนี้มักพบในเนยเทียม ครีมเทียม เบเกอรี่ราคาถูก และของทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำ ไขมันทรานส์ไม่เพียงแต่ทำลายหลอดเลือดและหัวใจ

แต่ยังทำให้ผิวหนังไวต่อรังสียูวี (UV) มากขึ้น ซึ่งรังสียูวีคือสาเหตุหลักของจุดด่างดำและริ้วรอยลึก

 

  1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ  เมื่อร่างกายขาดน้ำ ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้น ดูแห้งกร้าน และเน้นร่องลึกให้ชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังทำลายตับ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการขับสารพิษ เมื่อตับทำงานไม่ดี สารพิษจะสะสมและแสดงออกมาทางผิวพรรณในรูปแบบของความหม่นหมอง

 

  1. คาร์โบไฮเดรตขัดขาว

ข้าวขาว ขนมปังขาว และเส้นพาสต้า มีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) สูงมาก ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเหล่านี้เป็นน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ส่งผลเสียต่อผิวคล้ายกับการกินน้ำตาลโดยตรง อีกทั้งยังขาดกากใยและสารอาหารที่จำเป็นในการซ่อมแซมเซลล์

 

ทำไมอาหารเหล่านี้ถึงทำให้เรา แก่?  สาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัย คือ:

  1. Oxidative Stress: การเกิดอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายดีเอ็นเอของเซลล์
  2. Inflammation: การอักเสบเรื้อรังในร่างกายที่ทำให้ระบบต่างๆ เสื่อมถอย
  3. Telomere Shortening: อาหารขยะมีส่วนทำให้ส่วนปลายของโครโมโซม (เทโลเมียร์) สั้นลงเร็วขึ้น ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้อายุขัยของเซลล์

 

อาหารต้องห้าม ยิ่งกินยิ่งแก่  ถ้าอยากรักษาความหนุ่มสาวไว้ให้นานที่สุด ลองเปลี่ยนจากอาหารข้างต้นมาเน้น ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ปลาน้ำลึกที่มีโอเมก้า 3 และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อาหารเหล่านี้เปรียบเสมือน เครื่องสำอางแบบกินได้ ที่จะช่วยซ่อมแซมร่างกายจากภายในสู่ภายนอก

 

สรุป การกินตามใจปากในวันนี้ อาจหมายถึงใบหน้าที่ดูแก่กว่าวัยไป 10 ปีในอนาคต เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อตัวคุณที่ยังดูดีในวันหน้า