หนทางข้างหน้าความแท้จริงและความร่วมมือ

หนทางข้างหน้าความแท้จริง ท้ายที่สุดแล้ว กลยุทธ์โซเชียลมีเดียของแบรนด์ควรเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเนื้อหาที่น่าสนใจซึ่งให้คุณค่า

โดยตรงแก่กลุ่มเป้าหมายของคุณ ในปัจจุบันนี้ เนื่องจากแบรนด์และครีเอเตอร์หลายแสนรายต่อสู้กันเพื่อให้ได้ดู จึงเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าจะโพสต์อะไร แล้วแบรนด์ต่างๆ ควรจัดการกับภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้อย่างไร 

มีการเล่าเรื่องจากผู้รู้ว่า อย่าขายมากเกินไป บทพูดคนเดียวของการโฆษณาแบบเดิมๆ ไม่ได้ช่วยอะไร แม้ว่าคุณจะสามารถโพสต์เกี่ยวกับคุณประโยชน์และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ของคุณได้

แต่แบรนด์ต่างๆ จำเป็นต้องส่งเสริมการสนทนาและทำมากกว่าการโพสต์โฆษณาเพื่อสร้างบุคลิกที่แท้จริงที่ผู้บริโภคต้องการเชื่อมโยงด้วย มีส่วนร่วมกับผู้ติดตาม ตอบกลับความคิดเห็น และเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาที่ผู้ชมของคุณมี

การทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง รวมถึงการร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลที่สอดคล้องกับแบรนด์อย่างแท้จริง มันไม่ได้เกี่ยวกับการหาผู้สร้างที่มีผู้ติดตามมากที่สุด แต่เกี่ยวกับการค้นหาผู้ที่ผู้ชมจะโดนใจกับข้อความของแบรนด์อย่างแท้จริง

และผู้ที่จะสร้างเนื้อหาคุณภาพสูงที่ผู้ชมของคุณจะต้องชื่นชอบ ทั้งนี้ยังต้องมีการกระจายเนื้อหา ไปไกลกว่าภาพถ่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพการถ่ายภาพระยะใกล้ แบ่งปันภาพเบื้องหลัง ข้อความรับรองจากลูกค้า

หรือแม้แต่ข่าวอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับมุมมองของแบรนด์ของคุณ เป้าหมายคือการนำเสนอคุณค่าและทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่หลากหลายของแบรนด์ซึ่งจะดูไม่ซ้ำซาก ไม่เพียงเท่านั้นการควบคุมเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (UGC) เช่นเดียวกับการตลาดแบบปากต่อปาก UGC เป็นเครื่องมืออันทรงคุณค่าในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ในความเป็นจริง

รายงานของ Stackla พบว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะมองว่า UGC เป็นของจริงมากกว่า 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับเนื้อหาที่สร้าง

โดยแบรนด์ การโพสต์ซ้ำและสนับสนุน UGC ไม่เพียงแต่ให้คำรับรองที่แท้จริงเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมชุมชนและแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าพวกเขามีคุณค่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นจะสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์และการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจได้ อย่างไรก็ตามการทำอย่างสม่ำเสมอนั้นก็ทำให้ส่งผลดีในอนาคตได้เช่นกัน 

แม้ว่าภาพรวมจะเปลี่ยนไป แต่การนับแบรนด์ออกจากสมการโซเชียลมีเดียอาจยังเร็วเกินไป ในทางกลับกัน ความรับผิดชอบอยู่ที่แบรนด์ต่างๆ ที่จะต้องพัฒนา วางกลยุทธ์ใหม่ และใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มในลักษณะที่สอดคล้องกับไดนามิกทางดิจิทัลในปัจจุบัน ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ความถูกต้อง

การสร้างความร่วมมืออย่างแท้จริง และสร้างสถานะทางดิจิทัลที่สอดคล้องกัน แบรนด์ต่างๆ ไม่เพียงแต่จะคงความเกี่ยวข้องบนโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ยังเจริญเติบโตอีกด้วย

 

ผู้ให้การสนับสนุนเรื่องราวโดย      หวยดี

Spotify ประกาศปลดพนักงาน 17% 

เมื่อผู้ที่มี spotify เชื่อว่าคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงคงจะรู้จะกับคำว่า spotify กันเป็นอย่างดี

เพราะมันคือแพลตฟอร์ม Streaming เพลงยักษ์ใหญ่ที่เปิดมาได้หลายปีแล้วโดยแพลตฟอร์มนี้เป็นบริษัทที่มาจากประเทศสวีเดน  และเป็นแพลตฟอร์มที่มีผลประกอบการที่ดีเยี่ยม 

 อย่างไรก็ตามทางด้าน Daniel xekซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง spotify และเป็น CEO คนปัจจุบันของ spotify ได้มีการเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้พนักงานที่ทำงานในบริษัท spotify ต่างก็พากันรู้สึกช็อคเพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าในไตรมาสที่ 3 ที่บริษัทเปิดมานั้นบริษัทได้รับกำไรเป็นอย่างมากหลายคนคาดว่า spotify

อาจจะให้โบนัสพนักงานว่าแบบกลับกลายเป็นว่าพนักงานแต่ละคนนั้นได้รับจดหมายที่ทาง Daniel ek ส่งถึงตนเองโดยตรง

สำหรับรายละเอียดของจดหมายที่ส่งถึงพนักงานนั้นเป็นการที่ Daniel x ได้มีการแจ้งว่าจะมีการปลดพนักงานจำนวน 17% หรือถ้าคิดเป็นจำนวนคนก็ประมาณ 1,500 คนด้วยการให้เหตุผลในการปลดพนักงานในครั้งนี้ว่าบริษัทจำเป็นที่จะต้องลดต้นทุน ลงมา

หลังจากที่มีประเด็นเกี่ยวกับการปลดพนักงานของ CEO ของ spotify ก็มีหลายฝ่ายเกิดความสงสัยว่าเหตุใดทั้งที่ผลประกอบการดี

แต่ยังคงจำเป็นที่จะต้องมีการปลดพนักงานออกและมากถึง 17% เลยทีเดียวซึ่งทางด้าน CEO ของ spotify เองก็ได้มีการเปิดเผยแนวความคิดของตนเองว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องจำเป็นที่จะต้องปลดพนักงานออกนั้นก็เพราะว่าเขาต้องการพนักงานที่มีประสิทธิภาพ

และทำงานอย่างมีประสิทธิผลเพราะปัจจุบันมีพนักงานจำนวนหลายคนใน spotify นั้นที่ดูเหมือนว่าจะมีงานยุ่งแต่จริงๆแล้วงานนั้นไม่มีอะไรเลย

ดังนั้นทางด้าน Daniel ek ต้องการที่จะให้การดำเนินงานออกมานั้นมีประสิทธิผลมากที่สุดงานออกมาในรูปแบบของเชิงบวกมากที่สุดซึ่งการปลดพนักงานนั้นอาจจะทำให้ทุกคนตกใจและจำนวนพนักงานที่ปลดนั้นก็อาจจะดูมากแต่ในความเป็นจริงแล้วหากคำนวณจำนวนงานกับจำนวนพนักงานนั้นจำนวนพนักงานมีมากกว่าจำนวนงานหลายเท่า

ดังนั้นเพื่อให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลเทียบเท่ากับงานจึงจำเป็นที่จะต้องลดพนักงานบางส่วนออกเพื่อให้เหมาะสมระหว่างต้นทุนในการทำธุรกิจกับงานปัจจุบัน 

อย่างไรก็ตามสำหรับบริษัท spotify เฉพาะในปี 2023 ได้มีการปลดพนักงานไปแล้วถึง 3 ครั้งด้วยกันโดยครั้งแรกในเดือนมกราคมปี 2023 และครั้งที่ 2 นั้นก็เดือนมิถุนายนปี 2023 และในครั้งนี้ก็เป็นเดือนธันวาคมปี 2023  ซึ่งรวมอยู่แล้ว spotify มีการตรวจพนักงานไปแล้ว 2 ครั้ง 800 คนและครั้งที่ 3 นี้มากถึง 1,500 คน

แต่ไม่ใช่เพียงแค่ spotify เท่านั้นที่มีการปลดพนักงานเพราะบริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทก็เริ่มทยอยเปิดพนักงานของตนเองเช่นเดียวกันทั้งที่ผลประกอบการดีไม่ว่าจะเป็น linkedln  หรือ Amazon ก็ตาม         

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    หวยดี

OTOP ไทยไปไกลได้ ถ้าพัฒนาเรื่องนี้

ประเทศไทยนั้น  ในความเป็นจริงที่ทราบกัน คือไม่ใช่เป็นศูนย์กลางโรงงานของโลก และแบรนด์ที่โด่งดังแบบเวิลด์คลาสก็มีไม่มากเท่าไร หากสังเกตมองไปที่ประเทศอื่น ๆ ที่มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ดัง

แต่ว่าเมื่อกล่าวถึงระดับการยินยอมรับ พบว่าผลิตภัณฑ์ แบรนด์ไทย รวมทั้ง แบรนด์ท้องถิ่น ก็ค่อนข้างได้รับความสนใจในตลาดโลก รวมทั้งหลาย ๆ สินค้า จากหลาย ๆ แบรนด์มีชื่ออยู่พอสมควร รวมทั้งเป็นที่นิยมในฝูงชนต่างถิ่น ไม่ว่าจะเป็นนักเดินทาง ที่มาไทย ซึ่งก็ไม่ลืมที่จะซื้อกลับติดไม้ติดมือฝากเพื่อน ๆ หรือบางครั้งก็มีส่งออกไปตลาดนอก

ความหมายของคำว่า ผลิตภัณฑ์ไทย และท้องถิ่น

ผลิตภัณฑ์ไทย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นในเมืองไทย สิ่งที่นำมาทำก็เป็นสิ่งที่มีในประเทศไทย จัดทำขึ้นเพื่อจําหน่ายให้กับคนทั่ว ๆ ไปไม่ว่าจะชาติไหน เป็นผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางผ่านการทำการตลาดรวมทั้งโฆษณา

ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นมาอย่างมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ทั้งผลิตรวมทั้งขายในแต่ละพื้นที่นั้น ๆ เริ่มจากความคิด วิถีชีวิต จารีตประเพณี รวมทั้งได้รับการปรับปรุงตลอด ด้วยความสร้างสรรค์มากมาย อย่างไรก็ตามบางทีอาจยังไม่มีชื่อเสียงในวงกว้าง

สิ่งที่ผลิตภัณฑ์OTOP  ของไทย ยังขาดหายไปหรือไม่ดีพอ 

ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร ได้นำเสนอเหตุการณ์ผลิตภัณฑ์ไทยอีกมุมมองหนึ่งไว้ว่า เป็นข้อมูลที่ได้มาจากกรมพัฒนาชุมชน พบว่า ผลิตภัณฑ์ในแผนการหนึ่งตำบลหนึ่งสินค้า หรือ โอทอป (OTOP) ใน 2018 มียอดขายมากถึง 1.9 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี เมื่อมองข้อมูลเชิงลึกจะพบว่า ผลิตภัณฑ์OTOPที่มีกว่า 20,000 กว่าอย่าง กลับมีผลิตภัณฑ์มากกว่าครึ่งของผลิตภัณฑ์ในโอทอปทั้งปวงที่ยังไม่อาจจะก้าวสู่ที่ไปที่มาตรฐานสากลหรือแข่งในตลาดโลกได้ โดยเมื่อนำมาคำนวณถึงสัดส่วนในสินค้าที่ขายได้แบบค่า  GDP  ของไทยแล้วล่ะก็ สินค้าOTOP ยังขายได้เพียงแค่ 1.2 %  เท่านั้นเอง

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถ้าสนับสนุนผลิตภัณฑ์OTOP ไทยให้ถูกช่องถูกทางทาง ก็จะช่วยให้มีโอกาสสร้างรายได้ให้กับเมืองไทยได้อีกมากมายเลยทีเดียว

แม้กระนั้นพบว่าผลิตภัณฑ์ OTOP ไทยยังมีสิ่งที่ขาดไป และสำคัญมากด้วยกัน ได้แก่

– การทำการตลาด ผลิตภัณฑ์ที่มีของเรานั้น ไม่มีเอกลักษณ์เป็นที่สะดุดตา เป็นผลิตภัณฑ์มีลักษณะใกล้เคียงกัน ไม่ต่างอะไร และด้านการทำแพ็คเกจจิ้งก็ไม่ได้ดูน่าสนใจ หรือดึงดูด แล้วก็ไม่ทันโลก

– กำหนดราคาไม่สอดคล้องกับทุนของผลิตภัณฑ์จริง ๆ ทำให้ประสบพบเจอปัญหาด้านการเงินจนกระทั่งเกิดภาวะขาดทุน

– ไม่มีช่องทางในการขาย นำมาซึ่งการทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถที่จะเข้าถึงผลิตภัณฑ์ และไม่มีการทำโฆษณาผ่านหนทางต่าง ๆ ทำให้ลูกค้าไม่เคยรู้ว่ามีแบรนด์นี้ รวมทั้งผลิตภัณฑ์นี้อยู่ในประเทศ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    หวยดี

การออมเงินให้เป็นนิสัยดีอย่างไร

สมัยนี้ใครมีเงินแล้วเอาไปลงธุรกิจถือได้ว่าเป็นส่วนน้อยเพราะในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็มีวิธีการหาเงินที่เปลี่ยนไปเช่นกันการนำเงินไปซื้อทองไปเล่นหุ้นจึงเป็นเรื่องที่กำลังให้ความสนใจของผู้คนในสมัยนี้

แต่จุดเริ่มต้นของการที่จะมีทุกสิ่งเหล่านั้นได้คุณจำเป็นที่จะต้องมีเงินออมเสียก่อนเมื่อมีเงินออมจำนวนหนึ่งคุณก็จะสามารถลงทุนเรานั้นได้เอง

 

การเริ่มออมเงินให้เป็นนิสัยเป็นการต่อยอดทางธุรกิจอย่างหนึ่งโดยเมื่อคุณเริ่มออมในเดือนละเท่าๆกันคุณสามารถที่จะนำไปเล่นหุ้นแบบดี dca ที่จะให้เงินปันผลในทุกๆปีคืน 4-10% ขึ้นอยู่กับการลงทุนนั้นนั้นอาจจะได้มากกว่าซึ่งในขณะนี้คุณมักจะเข้าไปเล่นในรูปแบบนี้กันจำนวนมาก

โดยให้เงินทำงานใช้เวลาในระยะในการออมผ่านไป 10 ปีพวกเขาจะมีเงินล้านกันได้แน่นอน

 แต่ก่อนที่จะไปลงทุนคุณควรที่จะเริ่มฝึกออมเงินให้เป็นนิสัยเสียก่อนโดยพื้นฐานของการเก็บเงินหรือออมเงินนั้นจะต้องเริ่มจากเล็กๆแล้วค่อยสะสมไปเป็นจำนวนมากถ้าหากคุณเป็นหนึ่งคนที่ไม่สามารถจะออมเงินได้เลยเรามีวิธีแนะนำ

 

ขั้นตอนการออมเงินให้เป็นนิสัยจากน้อยไปมาก

1.เริ่มสตาร์ทจากน้อยไปหามาก

การออมง่ายนิดเดียวนั่นก็คือเริ่มเก็บจากหลักสิบบาทของเราไปเรื่อยเรื่อยโดยเรามีกำหนดระยะเวลาของเราอาจจะเป็นวันละ 10 บาทหรืออาทิตย์ละ 10 บาทก็ได้เก็บไปเรื่อยเรื่อยจากนั้นค่อยเพิ่มราคาเก็บขึ้นเพียงเท่านี้ก็สามารถเก็บเงินหรือออมเงินได้แล้ว และก็ไม่ควรดูถูกเงินน้อยเพราะว่าเก็บน้อยดีกว่าไม่เก็บเลยนะคะ

 

2.บังคับเก็บทุกเดือน

งคับตัวเองในทุกๆเดือนให้เก็บทุกเดือนเดือนละเท่าๆกันแล้วค่อยมาดูปันผลหนึ่งปีโดยการเก็บนี้จะต้องเปิดบัญชีหรือเป็นการเก็บลืมที่ไม่สามารถนำมาเปิดหรือนำมาใช้ได้ หากคุณเก็บเดือนละเท่าๆกันทุกๆเดือนเป็นระยะเวลาหนึ่งปีเราเชื่อว่าคุณจะมีเงินจำนวนนึง จากนั้นค่อยเริ่มเก็บมากขึ้นบังคับตัวเองให้เพิ่มขึ้นจ้าสมมติเดือนละ 1000 ก็เป็นเดือนละ 2000 แต่ตั้งเป้าหมายระยะหนึ่งปีนั่นเอง

 

3.หาหนทางการลงทุนเพื่อเป็นการเก็บแทน

ถ้าสองวิธีแรกคุณไม่สามารถที่จะทำมันได้สิ่งเดียวที่คุณจะทำมันได้ก็คือการบังคับโดยที่ไม่ต้องเห็นไปเลยด้วยการหาลงทุนอะไรซักอย่างนึงโดยใช้ระยะเวลาซักสองสามปีหรืออาจจะไปซื้อการออมอะไรก็ได้ซักหนึ่งอย่างแล้วบังคับตัวเองให้ส่งเป็นรายเดือนเมื่อถึงระยะเวลาคุณก็จะได้กลับมาเป็นสิ่งของ

 ไม่ว่าจะเก็บวิธีใดก็ตามแต่การเริ่มต้นเก็บถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีการออมเงินนั้นมีแต่สิ่งที่ดีดีไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้คุณเสียหายและถ้าคุณฝึกเป็นนิสัยมันจะทำให้คุณมีเงินก้อนภายภาคหน้าได้

 

สนับสนุนโดย    หวยดี