เครื่องไฟฟ้าที่กินไฟมาที่สุด อันดับ 5-10

เพราะว่าเครื่องไฟฟ้าที่กินไฟมาที่สุด อันดับ 1-4 คือ เครื่องทำน้ำอุ่น แอร์  เครื่องซักผ้า และเตารีดไฟฟ้า แล้วที่ลองลงมาคืออะไรบ้าง

 

– ลำดับที่ 1 หม้อหุงข้าว

กระแสไฟฟ้าที่พวกเราใช้หุงข้าวกินกันทุกมื้อนั่นเอง โดยรับประทานไฟอยู่ที่โดยประมาณสูงสุดถึงพันห้าร้อยวัตต์ หรือโดยประมาณชั่วโมงละ 2-6 บาท กลเม็ด

สำหรับในการใช้อย่างประหยัดเป็น เลือกใช้หม้อหุงข้าวที่มีฉลากประหยัดไฟพร้อมทั้งมีขนาดที่พอดีกับจำนวนคน รวมถึงการหุงข้าวให้พอดิบพอดีกับปริมาณสมาชิกด้วย ใส่น้ำพอสมควรไม่เยอะแยะจนกระทั่งเหลือเกิน รวมทั้งถอดปลั๊กไฟฟ้าทุกคราวหลังการใช้งานเป็นระเบียบแล้ว

 

– ลำดับที่ 2 เตาหุงกระแสไฟฟ้า

เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเตาหุงกระแสไฟฟ้า อาทิเช่น กาที่มีไว้สำหรับใส่น้ำร้อนกระแสไฟฟ้านั่นเอง โดยจะรับประทานค่าไฟฟ้าอยู่ที่โดยประมาณ 0.80-6 บาท แล้วก็เทคนิค

สำหรับในการใช้อย่างประหยัด ก็ทำเป็นโดย ตรวจเช็กตัวเครื่อง สายไฟ แล้วก็ปลั๊กไฟฟ้าทิ่ม ไม่ให้สลายตัวหรือรั่วไหลก่อนใช้งานทุกคราว แล้วก็ถอดปลั๊กไฟฟ้าเมื่อปรุงอาหารเสร็จ

 

– ลำดับที่ 3 เป็นเครื่องดูดฝุ่นนั่นเอง

แม้กระนั้นบ้านหลังไหนที่ใช้ไม้กวาดดอกต้นหญ้าทั่ว ๆ ไปก็ไม่มีอะไรจะต้องเป็นห่วง เครื่องดูดฝุ่นจะรับประทานไฟอยู่ที่ราว ๆ หนึ่งพันสองร้อยวัตต์ หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าชั่วโมงละ 3-5 บาท มีเทคนิค

สำหรับการใช้อย่างประหยัดหมายถึงควรจะเทฝุ่นละอองทิ้งทุกหนข้างหลังเลิกใช้ เพื่อช่วยทำให้เครื่องดำเนินการมีคุณภาพแล้วก็สิ้นเปลืองไฟลดน้อยลง

 

– ลำดับที่ 4 เครื่องที่มีไว้สำหรับในการทำการปิ้งขนมปัง

นับว่าเป็นอีกอุปกรณ์ไฟฟ้ายอดนิยมค่อนข้างจะมากมาย เนื่องจากสบายใช้เวลาน้อยกว่าการประกอบอาหารกินเวลาเช้า โดยกลเม็ดสำหรับเพื่อการใช้ให้มัธยัสถ์เป็นอ่านข้อแนะนำรวมทั้งทำตามอย่างเคร่งครัด

รวมทั้งตรวจเช็คสายไฟไม่รั่วหรือทรุดโทรม ขั้วต่อแล้วก็เต้ารับแน่นสนิท แล้วก็ถอดปลั๊กไฟทุกหนหลักเลิกใช้งาน

 

– ลำดับที่ 5 เครื่องเป่าผม

ผู้หญิงอาจมีเจ้าเครื่องนี้ติดบ้านกันทุกคนแน่นอนโดยเจ้าเครื่องนี้นั้นจะใช้ไฟอยู่ที่ราว ๆ หนึ่งพันวัตต์ หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าชั่วโมงละ 2-4 บาท

กลเม็ดสำหรับการใช้อย่างประหยัดหมายถึงขัดถูผมก่อนเป่ารวมทั้งขยี้ผมระหว่างเป่า เพื่อช่วยทำให้ผมแห้งไวขึ้น จะมีผลทำให้รับประทานไฟลดน้อยลงนั่นเอง

 

– ลำดับที่ 6 ตู้ไมโครเวฟ

แม้กระนั้นใช่ว่าจะใช้ไฟน้อยแล้วจะไม่ใช้งานอย่างประหยัดนะ โดยตู้ไมโครเวฟจะรับประทานไฟอยู่ที่โดยประมาณหนึ่งร้อยถึงหนึ่งพันวัตต์ คิดเป็นค่าไฟฟ้าชั่วโมงละ 0.40-4 บาท เทคนิค

สำหรับเพื่อการใช้อย่างประหยัดหมายถึงควรจะตั้งเวลารวมทั้งความร้อนให้สมควร เลือกใช้ภาชนะตูดแบนหรือภาชนะที่แถมมาพร้อมกับเครื่อง

เพื่อรับความร้อนก้าวหน้า และก็ถอดปลั๊กไฟฟ้าหลังจากใช้เสร็จทุกหนด้วย ยิ่งกว่านั้นควรจะชำระล้างด้านในตู้ไมโครเวฟเสมอ ๆ หรือทุกคราวหลังจากที่ใช้งานเสร็จ

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    bk8 ทางเข้า มือถือ

ปัญหาทุนใหญ่ผูกขาดในระบบเศรษฐกิจ คืออะไร

ปัญหาทุนใหญ่ผูกขาดในระบบเศรษฐกิจ   เป็นสถานการณ์ที่องค์กรหรือบริษัทขนาดใหญ่ใช้ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ เช่น การมีทุนมากกว่าหรือการเข้าถึงทรัพยากรที่สำคัญ ส่งผลให้สามารถครอบครองตลาดและกำหนดทิศทางของตลาดได้

บริษัทเหล่านี้มักจะใช้อำนาจในการควบคุมราคาสินค้าและบริการ ทำให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยไม่มีทางเลือกที่หลากหลาย ผลลัพธ์คือการลดโอกาสการแข่งขันที่เป็นธรรมและอาจนำไปสู่การสร้างความไม่สมดุลในระบบเศรษฐกิจ

สถานการณ์ในประเทศไทยตอนนี้มีการผูกขาดการค้าจากนายทุนใหญ่หลายเจ้าด้วยกัน

ทำให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ต้องปิดกิจการ เช่น ร้านโชว์ห่วย ซึ่งประเทศไทยมีกฎหมายเกี่ยวกับการผูกขาด แต่ทุกวันนี้ไม่เห็นว่าจะมีใครเข้ามาดำเนินการแก้ไขเลย 

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนในประเทศไทยคือ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยจำนวนสาขากว่า 13,000 แห่งทั่วประเทศ ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่นมีบทบาทสำคัญในตลาดค้าปลีกของไทย

 

เซเว่น อีเลฟเว่น ใช้กลยุทธ์ขยายสาขาอย่างรวดเร็วและเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น เช่น เมืองใหญ่และชุมชนที่อยู่ในระหว่างการขยายตัว การเปิดสาขาในพื้นที่ที่หลากหลายทำให้เซเว่น อีเลฟเว่นสามารถสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง และมีความได้เปรียบในการจัดหาสินค้าและบริการที่หลากหลาย

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเซเว่น อีเลฟเว่นได้สร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น

ซึ่งมักไม่สามารถแข่งขันกับเซเว่น อีเลฟเว่นได้ เนื่องจากร้านเล็กๆ มีต้นทุนที่สูงกว่า ไม่มีความสามารถในการสั่งสินค้าจำนวนมากเพื่อรับส่วนลดที่ดีจากผู้ผลิต และขาดทุนที่ใช้ในการทำการตลาดหรือปรับปรุงร้านค้า นอกจากนี้ เซเว่น อีเลฟเว่นยังมีความสามารถในการจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเติมสินค้าต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและทันต่อความต้องการของลูกค้า

 

อีกประเด็นที่สำคัญคือ การที่เซเว่น อีเลฟเว่นมีสินค้าที่หลากหลายและครบครัน ทำให้ผู้บริโภคมีความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้าในที่เดียว โดยไม่จำเป็นต้องไปซื้อสินค้าจากร้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นการลดโอกาสทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย

 

ในระยะยาว ปัญหานี้อาจนำไปสู่การทำให้ตลาดขาดความหลากหลายและสร้างภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สมดุล โดยผู้ประกอบการรายเล็กๆ อาจถูกบีบให้เลิกกิจการ หรือหันไปทำธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ต้องแข่งขันโดยตรงกับเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและโครงสร้างเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

 

สรุปแล้ว ปัญหาทุนใหญ่ผูกขาดในระบบเศรษฐกิจอย่างกรณีของเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่เกิดจากการกระจุกตัวของตลาดและการลดทอนการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลและการส่งเสริมให้มีความเท่าเทียมกันในโอกาสการเข้าถึงตลาดของทุกภาคส่วน

 

สนับสนุนบทความนี้โดย      ole777 ทางเข้า มือถือ

ประเพณีโกนจุก

การไว้ผมจุก ผมแกละ ผมโก๊ะ ผมเปีย

เมื่อสมัยโบราณจะนิยมให้บุตรหลานไว้ทรงผมเหล่านี้ และเมื่อเด็กชาย เด็กหญิง มีอายุครบหรืออายุถึงเวลาที่จะต้องโกนจุก และผมเหล่านั้นแล้วก็จะต้องทำพิธีในการโกนจุกขึ้นมา ในปัจจุบันการไว้ผมจุกนั้นอาจจะไม่ค่อยได้เห็นกันมากนัก และจะมีผู้ใหญ่บางคนยังเชื่อเรื่องนี้ว่า การที่ลูกหลานของตัวเองป่วยบ่อย ดื้อ หรือเลี้ยงยาก ก็จะปั้นตุ๊กตามาให้เลือก โดยจะนำดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปเด็กไว้ผมเปีย ผมแกละ ผมจุก ผมโก๊ะ แล้วให้เด็กเลือกหยิบเอา เมื่อเด็กได้เลือกตุ๊กตาตัวไหนมาก็จะทำการไว้ผมทรงนั้น และยังเชื่ออีกว่าถ้าได้ทำการไว้ผมทรงนั้นๆแล้วลูกหลานของตัวเองนั้น จะเลี้ยงง่าย สุขภาพแข็งแรง ไม่ดื้อ ไม่ซน จนถึงอายุ 9-11 ปี จึงจะมีการทำพิธีโกนผมเกิดขึ้น

ขั้นตอนการทำพิธีโกนผม

ก่อนอื่นเลยพวกญาติผู้ใหญ่จะต้องไปดูฤกษ์กับพระที่วัด และเมื่อกำหนดวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องไปจัดการซื้อข้าวของ เตรียมงานให้พร้อม และจะนิยมจัดงานประเพณีนี้ สองวันด้วยกัน

พิธีกรรมวันแรก เจ้าภาพจะต้องจัดบ้านตัวเองให้สวยงาม ประดับประดาสิ่งของต่างๆ และในช่วงตอนเย็นของวันสุกดิบพ่อ แม่ จะต้องนำเด็กไปไว้บ้านญาติแล้วจะต้องแต่งตัวเด็กให้มีความสวยงาม ด้วยการแต่งหน้าทาปาก จากนั้นก็ต้องทำการแห่จากบ้านญาติมาบ้านต้น ด้วยขบวนกลองยาว หรือแล้วแต่กำลังเจ้าภาพที่จะจัดในการแห่ เมื่อมาถึงบ้านก็จะ มีการนิมนต์พระมาสวดมนต์เย็น และจะมีการทำมงคลสวมหัวเด็ก และเมื่อเสร็จพิธีทางพระสงฆ์แล้ว ในตอนค่ำก็จะมีการทำขวัญ เมื่อทำพิธีเสร็จแล้วก็จะนำเด็กไปเปลี่ยนชุด และมีการฉลองต่อไป

พิธีกรรมวันที่สอง เมื่อถึงตอนเช้านำเด็กมาอาบน้ำ และต้องสวมเสื้อผ้าด้วยชุดใหม่ๆและได้นิมนต์พระมาทำพิธี ทำบุญตักบาตรเมื่อเสร็จแล้ว ทางพระก็จะได้ทำการโกนผมก่อน แล้วจึงให้ พ่อ แม่ และญาติผู้ใหญ่ทำการโกนต่อไป และบางบ้านจะมีการผูกข้อมืออวยพรให้แก่เด็ก บางคนก็ให้แก้ว แหวน เงินทอง ในช่วงบ่ายจะนำผมที่โกนออกมานั้นทำพิธีเวียนเทียน เมื่อเวียนเทียนเสร็จแล้วก็จะนำผมจุกห่อด้วยใบบัวหรือกระทง และนำดอกไม้ ธูป เทียนใส่ไปด้วย และทำการห่อแล้วนำไปลอยน้ำ เป็นอันจบพิธี

ประเพณีโกนจุกนี้ได้มีการสืบทอดมาถึงปัจจุบันยังมีให้รุ่นลูก รุ่นหลาน ได้เห็นกันอยู่บาง แต่ในปัจจุบันจะให้มีประเพณีโกนจุกนี้ ให้เห็นน้อยลง และอยากให้ช่วยกันรักษาประเพณีนี้ไว้ก่อนจะหายไปจาก

ประเพณีบุญบั้งไฟ

ประเพณีบุญบั้งไฟ

เมื่อเข้าสู่ช่วงจะเข้าฤดูฝน หรือช่วงเดือนหก จะมีงานประเพณีอันยิ่งใหญ่นั่นคือบุญบั้งไฟ จากนิทานหรือตำนานในเรื่องผาแดงนางไอ่  ซึ่งเชื่อว่าเป็นการบูชาพญาแถนโดยการถวายบั้งไฟ ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล หากหมู่บ้านใดไม่ทำการบวงสรวงจะเกิดอาเภท ฝนฟ้าไม่ตก น้ำแห้งคอด ข้าวยากหมากแพง ทำการเกษตรก็ไม่ได้ จากอิทธิพลความเชื่อในเรื่องโลกสวรรค์ มนุษย์ การไหว้เทวดา โดยจะดลบันดาลให้ชีวิตมีความสุข ไม่ต้องเจอกับภัยอันตราย คำว่าบั้งมาจากสิ่งที่เป็นกระบอก เช่น กระบอกไม่ไผ่ กระบอกใส่น้ำ แล้วทำมาให้มีไฟ สามารถนำขึ้นฟ้าได้ จึงมีการประดิษฐ์ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยการใช้กระบอกไม้ไผ่ ใส่ดินประสิว มาบรรจุด้วยดินปืน ตามอัตราส่วนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้มีความเร็วและสามารถพุ่งขึ้นฟ้า 

จากการอาศัยการทำปฏิกิริยาระหว่างความร้อน ส่วนประกอบของบั้งไฟ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนหาง และส่วนที่เป็นลูก เมื่อนำทั้ง 3 ส่วนมารวมกัน จะได้ลักษณะเป็นบั้งยาว เรียว ตามจุดประสงค์ที่ต้องการนำมาใช้  โดยเราสามารถเห็นได้ในปัจจุบัน นั่นคือ บั้งไฟพลุ บั้งไฟแสน และบั้งไฟตะไล หากกล่าวถึงความอลังการยิ่งใหญ่ต้องเป็นบั้งไฟแสน

ที่ผู้เชี่ยวชาญในการทำแต่ละคนจะนำมาประชัน และแข่งขันกัน บางที่มีการลงขันพนันถึงความทรงพลังของบั้งไฟตัวเอง โดยหากจุดไปแล้วทำวงสวยและสามารถขึ้นไปบนฟ้าได้สูงๆและเป็นระยะเวลานานๆถือว่าบั้งไฟอันนี้มีแสนยานุภาพมาก ก็จะได้รับการยกย่องและยอมรับจากทีมงาน ถือเป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นทุกปีที่จังหวัดยโสธร มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหลั่งไหลกันมาอย่างคับคั่ง  เป็นที่นิยมของผู้ที่มาร่วมงาน โดยจะมีการจองที่พักการข้ามปีเลยทีเดียว ภายในงานจะมีการจัดขบวนแห่ที่สวยงาม วัฒนธรรมการแต่งกายที่สวยงามของคนในพื้นที่ การประกวดบั้งไฟ

มีแสงสีเสียงที่เล่าขานเกี่ยวกับเรื่องพญาคันคาก (ที่มีความเชื่อว่าเป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้า ลงมาเป็นพระโพธิสัตว์ เป็นที่สักการะบูชาของคนในอดีต จนลืมถวายการเคารพพระยาแถน ทำให้ท่านโกรธ สั่งให้ฝนฟ้าไม่ตก ชาวบ้านทำการเกษตรไม่ได้) และการแสดงสินค้าพื้นเมืองของแต่ละชุมชน นอกจากนี้ยังเห็นการจุดบั้งไฟที่สวยงาม หากใครจุดไม่ขึ้น จะภูกนำตัวมาลงโคลนตม ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ซึ่งประเพณีบั้งไฟนี้มีมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษสืบทอดต่อมาจากถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ยังได้รับการอนุรักษ์วัฒนธรรมนี้คงไว้ แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น มีการทำบั้งไฟเพื่อจำหน่ายมากขึ้น