ปัญหาสังคมสูงวัยในประเทศไทย

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาสังคมสูงวัยที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจในหลายด้าน ปัญหานี้เป็นผลมาจากการที่อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่องในขณะที่อายุขัยเฉลี่ยของประชากรเพิ่มขึ้น

ทำให้จำนวนผู้สูงอายุในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหาสังคมสูงวัยในประเทศไทยส่งผลต่อเศรษฐกิจในหลายแง่มุม ดังนี้

  1. การลดลงของกำลังแรงงาน

การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยทำให้กำลังแรงงานในประเทศลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 15-64 ปี) ซึ่งเป็นแรงงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมื่อกำลังแรงงานลดลง ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในหลายภาคส่วน

ส่งผลให้การผลิตและการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ การขาดแคลนแรงงานยังส่งผลให้ค่าแรงงานสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในตลาดโลก

 

  1. ภาระทางการเงินของรัฐบาล

รัฐบาลไทยต้องแบกรับภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในการดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในด้านสวัสดิการสุขภาพและการบำเหน็จบำนาญ งบประมาณในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง

และความต้องการการดูแลสุขภาพที่มากขึ้น การเพิ่มขึ้นของงบประมาณเหล่านี้ส่งผลให้รัฐบาลต้องหาแหล่งรายได้เพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในด้านอื่น ๆ

 

  1. การบริโภคและการลงทุน

การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างประชากรส่งผลต่อรูปแบบการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายน้อยลงเมื่อเทียบกับวัยทำงาน เนื่องจากมีรายได้ที่จำกัด ทำให้การบริโภคภายในประเทศลดลง

ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การลงทุนในภาคธุรกิจที่เน้นการบริการหรือผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุอาจเพิ่มขึ้น แต่การลงทุนในภาคส่วนอื่นอาจลดลงเนื่องจากความไม่แน่นอนในตลาดแรงงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

  1. ผลกระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรม

ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศไทยต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสังคมสูงวัย เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ อุตสาหกรรมสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้สูงอายุ

alpha888   สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสะดวกและปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ แต่ก็อาจต้องใช้การลงทุนเพิ่มเติมและการปรับตัวของธุรกิจ

 

  1. ผลกระทบระยะยาว

ในระยะยาว ปัญหาสังคมสูงวัยอาจส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ หากไม่มีการวางแผนและดำเนินนโยบายที่เหมาะสม เช่น การส่งเสริมการทำงานต่อไปหลังอายุเกษียณ การเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงาน หรือการนำเข้าแรงงานต่างชาติ เพื่อชดเชยกำลังแรงงานที่ลดลง

ปัญหาสังคมสูงวัยในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบันมีผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กว้างขวางและซับซ้อน การลดลงของกำลังแรงงาน ภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการบริโภคและการลงทุน

รวมถึงการปรับตัวของธุรกิจ ล้วนเป็นผลกระทบที่ต้องมีการวางแผนและดำเนินนโยบายที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับปัญหานี้ในอนาคต

ประเทศไทยกำลังเจอกับปัญหา เงินเฟ้อ ของแพง ค่าแรงต่ำ

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนในหลายด้าน

เงินเฟ้อเป็นสถานการณ์ที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและมูลค่าของเงินลดลง เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อ รายได้ที่ประชาชนได้รับอาจไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ เมื่อค่าแรงไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่เทียบเท่ากับอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการ ก็ยิ่งทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้นในการบริหารจัดการรายได้

 

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อในประเทศไทยมีหลายประการ หนึ่งในนั้นคือราคาสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร พลังงาน และวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม

ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานโลก และอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่แน่นอน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาสินค้าขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจของตน ซึ่งผลกระทบดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคในที่สุด

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อคือการบริหารจัดการนโยบายการเงินและการคลังที่ไม่ทันสถานการณ์ เมื่อเศรษฐกิจมีการขยายตัวช้าและการจ้างงานไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการสนับสนุนเศรษฐกิจด้วย

การเพิ่มรายจ่ายหรือลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคในประเทศ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวหากไม่สมดุลก็อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อได้

 

การมีค่าแรงต่ำในขณะที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นเป็นอีกปัญหาที่สำคัญ ค่าแรงขั้นต่ำในประเทศไทย

มักไม่ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอหรือไม่เพียงพอต่อการรับมือกับการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพ ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก การที่รายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพทำให้ประชาชนบางส่วนต้องพึ่งพาการกู้ยืม ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มหนี้ครัวเรือนและปัญหาทางการเงินในระยะยาว

 

ทางออกของปัญหาเงินเฟ้อในประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งรัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชน รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่รอบคอบ เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในขณะเดียวกัน

ต้องส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน

นอกจากนี้  Holiday Palace    การปรับค่าแรงขั้นต่ำให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและการสนับสนุนด้านการศึกษาและทักษะอาชีพจะช่วยให้ประชาชนสามารถปรับตัวและรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อได้ดีขึ้น

 

การแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลา แต่หากทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันและดำเนินนโยบายที่เหมาะสม ก็จะสามารถลดผลกระทบของเงินเฟ้อต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

หนทางข้างหน้าความแท้จริงและความร่วมมือ

หนทางข้างหน้าความแท้จริง ท้ายที่สุดแล้ว กลยุทธ์โซเชียลมีเดียของแบรนด์ควรเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเนื้อหาที่น่าสนใจซึ่งให้คุณค่า

โดยตรงแก่กลุ่มเป้าหมายของคุณ ในปัจจุบันนี้ เนื่องจากแบรนด์และครีเอเตอร์หลายแสนรายต่อสู้กันเพื่อให้ได้ดู จึงเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าจะโพสต์อะไร แล้วแบรนด์ต่างๆ ควรจัดการกับภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้อย่างไร 

มีการเล่าเรื่องจากผู้รู้ว่า อย่าขายมากเกินไป บทพูดคนเดียวของการโฆษณาแบบเดิมๆ ไม่ได้ช่วยอะไร แม้ว่าคุณจะสามารถโพสต์เกี่ยวกับคุณประโยชน์และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ของคุณได้

แต่แบรนด์ต่างๆ จำเป็นต้องส่งเสริมการสนทนาและทำมากกว่าการโพสต์โฆษณาเพื่อสร้างบุคลิกที่แท้จริงที่ผู้บริโภคต้องการเชื่อมโยงด้วย มีส่วนร่วมกับผู้ติดตาม ตอบกลับความคิดเห็น และเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาที่ผู้ชมของคุณมี

การทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง รวมถึงการร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลที่สอดคล้องกับแบรนด์อย่างแท้จริง มันไม่ได้เกี่ยวกับการหาผู้สร้างที่มีผู้ติดตามมากที่สุด แต่เกี่ยวกับการค้นหาผู้ที่ผู้ชมจะโดนใจกับข้อความของแบรนด์อย่างแท้จริง

และผู้ที่จะสร้างเนื้อหาคุณภาพสูงที่ผู้ชมของคุณจะต้องชื่นชอบ ทั้งนี้ยังต้องมีการกระจายเนื้อหา ไปไกลกว่าภาพถ่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพการถ่ายภาพระยะใกล้ แบ่งปันภาพเบื้องหลัง ข้อความรับรองจากลูกค้า

หรือแม้แต่ข่าวอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับมุมมองของแบรนด์ของคุณ เป้าหมายคือการนำเสนอคุณค่าและทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่หลากหลายของแบรนด์ซึ่งจะดูไม่ซ้ำซาก ไม่เพียงเท่านั้นการควบคุมเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (UGC) เช่นเดียวกับการตลาดแบบปากต่อปาก UGC เป็นเครื่องมืออันทรงคุณค่าในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ในความเป็นจริง

รายงานของ Stackla พบว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะมองว่า UGC เป็นของจริงมากกว่า 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับเนื้อหาที่สร้าง

โดยแบรนด์ การโพสต์ซ้ำและสนับสนุน UGC ไม่เพียงแต่ให้คำรับรองที่แท้จริงเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมชุมชนและแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าพวกเขามีคุณค่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นจะสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์และการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจได้ อย่างไรก็ตามการทำอย่างสม่ำเสมอนั้นก็ทำให้ส่งผลดีในอนาคตได้เช่นกัน 

แม้ว่าภาพรวมจะเปลี่ยนไป แต่การนับแบรนด์ออกจากสมการโซเชียลมีเดียอาจยังเร็วเกินไป ในทางกลับกัน ความรับผิดชอบอยู่ที่แบรนด์ต่างๆ ที่จะต้องพัฒนา วางกลยุทธ์ใหม่ และใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มในลักษณะที่สอดคล้องกับไดนามิกทางดิจิทัลในปัจจุบัน ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ความถูกต้อง

การสร้างความร่วมมืออย่างแท้จริง และสร้างสถานะทางดิจิทัลที่สอดคล้องกัน แบรนด์ต่างๆ ไม่เพียงแต่จะคงความเกี่ยวข้องบนโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ยังเจริญเติบโตอีกด้วย

 

ผู้ให้การสนับสนุนเรื่องราวโดย      หวยดี

หากต้องการลงทุนทำคาเฟ่ ควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง

หากต้องการลงทุนทำคาเฟ่ โดยต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด ควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง

การลงทุนทำคาเฟ่ให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุดต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยตั้งแต่การวางแผนธุรกิจไปจนถึงการดำเนินการจริง การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสามารถช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสความสำเร็จของธุรกิจได้

  1. การวางแผนธุรกิจ: ก่อนเริ่มลงทุนควรมีการวางแผนธุรกิจอย่างละเอียด ควรวิเคราะห์ตลาดและลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อเข้าใจความต้องการและแนวโน้มของตลาดในพื้นที่นั้น ๆ การทำแผนธุรกิจยังช่วยให้คุณทราบถึงต้นทุนเริ่มต้น ค่าบริหารจัดการ และกำไรที่คาดหวัง
  2. การเลือกทำเลที่ตั้ง: ทำเลที่ตั้งของคาเฟ่มีผลต่อทั้งต้นทุนและรายได้ การเลือกทำเลที่ค่าเช่าไม่แพง แต่ยังคงมีลูกค้าผ่านไปมาเพียงพอเป็นสิ่งที่สำคัญ นอกจากนี้ ควรพิจารณาทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้เคียง เช่น การคมนาคมที่สะดวก หรือพื้นที่จอดรถฟรี ซึ่งอาจช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น
  3. การออกแบบและตกแต่ง: ค่าใช้จ่ายในการตกแต่งภายในคาเฟ่สามารถเป็นส่วนใหญ่ของงบประมาณได้ หากต้องการประหยัด ควรพิจารณาเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพแต่ราคาไม่สูง หรือใช้ของมือสองที่ยังคงมีสภาพดี การออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์ก็สามารถสร้างบรรยากาศที่ดึงดูดลูกค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมาก
  4. การจัดหาอุปกรณ์และวัตถุดิบ: การเลือกซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม หรือหากเป็นไปได้ อาจพิจารณาเช่าอุปกรณ์ที่จำเป็นในช่วงเริ่มต้นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ การทำสัญญากับซัพพลายเออร์ในระยะยาวอาจช่วยให้ได้ส่วนลดหรือข้อเสนอพิเศษที่ช่วยลดต้นทุน
  5. การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล: การจัดการพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุนค่าแรง การจ้างพนักงานในจำนวนที่เหมาะสม และการฝึกอบรมพนักงานให้มีทักษะหลายด้านสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานเพิ่มเติม
  6. การใช้เทคโนโลยี: การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินธุรกิจ เช่น การใช้ระบบ POS ที่สามารถจัดการสต็อก การเงิน และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดข้อผิดพลาดและประหยัดเวลาการทำงานของพนักงาน
  7. การตลาดและการโฆษณา: การทำการตลาดออนไลน์ เช่น การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมทคาเฟ่ เป็นวิธีที่มีต้นทุนต่ำแต่ได้ผลดี หากมีการวางแผนการตลาดที่ดีจะช่วยดึงดูดลูกค้าโดยไม่ต้องลงทุนมากในโฆษณาแบบดั้งเดิม
  8. การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายประจำ: ควรตรวจสอบและควบคุมค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าเช่า อย่างใกล้ชิด การใช้พลังงานอย่างประหยัด การเลือกเวลาเปิด-ปิดร้านให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของลูกค้าก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้

การลงทุนทำคาเฟ่ให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมี  Holiday Palace สมัคร     การวางแผนและบริหารจัดการอย่างรอบคอบ การลดต้นทุนในทุก ๆ ด้านจะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จและสามารถสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

Shopee Affiliate คือ โปรแกรมการตลาดแบบพันธมิตร

Shopee Affiliate คือ โปรแกรมการตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate Marketing) ของ Shopee

ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โปรแกรมนี้เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปหรือเจ้าของเว็บไซต์/บล็อกเกอร์สามารถหารายได้โดยการโปรโมตสินค้าจาก Shopee ผ่านลิงก์พิเศษที่เรียกว่า “Affiliate Link” ซึ่งหากมีผู้ใช้คลิกลิงก์นั้นและทำการซื้อสินค้าผ่าน Shopee คุณจะได้รับค่าคอมมิชชั่นตามที่กำหนด

การเริ่มต้นในการเข้าร่วมโปรแกรม Shopee Affiliate

  1. สมัครสมาชิก: คุณต้องเริ่มต้นด้วยการสมัครเข้าร่วมโปรแกรม Shopee Affiliate โดยไปที่เว็บไซต์ของ Shopee Affiliate และกรอกข้อมูลที่จำเป็น จากนั้นทีมงานของ Shopee จะทำการตรวจสอบและอนุมัติการสมัครของคุณ
  2. สร้าง Affiliate Link: หลังจากที่คุณได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโปรแกรม คุณสามารถเริ่มสร้างลิงก์พันธมิตรได้ทันที โดยคุณสามารถเลือกสินค้าจาก Shopee ที่คุณต้องการโปรโมต และสร้างลิงก์พิเศษที่มีรหัสพันธมิตรของคุณ จากนั้นสามารถนำลิงก์นี้ไปโพสต์บนเว็บไซต์ บล็อก โซเชียลมีเดีย หรือช่องทางอื่น ๆ ของคุณได้
  3. โปรโมตสินค้า เมื่อคุณมีลิงก์พันธมิตรแล้ว คุณสามารถโปรโมตสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่คุณมี เช่น โซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, Twitter), บล็อก, YouTube, หรือแม้กระทั่งส่งทางอีเมล หากผู้ใช้คลิกลิงก์และทำการซื้อสินค้าจาก Shopee คุณจะได้รับค่าคอมมิชชั่นตามอัตราที่กำหนด
  4. รับค่าคอมมิชชั่น: ค่าคอมมิชชั่นที่คุณจะได้รับจะแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้าและโปรโมชันที่ Shopee มีในขณะนั้น โดยปกติแล้วค่าคอมมิชชั่นจะอยู่ในช่วง 2% ถึง 10% ของราคาสินค้าที่ขายได้ เมื่อยอดขายได้รับการยืนยัน คุณจะได้รับค่าคอมมิชชั่นในบัญชีที่คุณเชื่อมโยงไว้กับ Shopee Affiliate

การหารายได้จาก Shopee Affiliate นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความสามารถในการโปรโมตสินค้า

ความเข้าใจในตลาดเป้าหมาย และการเลือกสินค้าที่ได้รับความนิยม หากคุณมีฐานผู้ติดตามที่แข็งแกร่งในโซเชียลมีเดียหรือมีเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมาก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จและได้รับรายได้จากโปรแกรมนี้ก็จะสูงขึ้น

  1. ช่องทางการโปรโมต หากคุณมีช่องทางการโปรโมตที่หลากหลายและมีผู้ติดตามที่สนใจสินค้าบน Shopee โอกาสในการสร้างรายได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหากคุณสามารถเชื่อมโยงสินค้าที่น่าสนใจกับกลุ่มเป้าหมายได้ดี
  2. การสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ: การสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจสามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้คลิกที่ลิงก์พันธมิตรและทำการซื้อสินค้าได้มากขึ้น เช่น การรีวิวสินค้า การทำวิดีโอสาธิตการใช้งาน หรือการเขียนบล็อกเกี่ยวกับสินค้า
  3. การเลือกสินค้า การเลือกสินค้าที่ได้รับความนิยมและมีความต้องการสูงในตลาดจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและการรับค่าคอมมิชชั่นสูงขึ้น คุณควรทำการวิจัยตลาดและค้นหาสินค้าที่มีศักยภาพในการขายสูง
  4. การติดตามและปรับปรุง: การติดตามผลการโปรโมตและการปรับปรุงวิธีการของคุณอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรายได้จาก Shopee Affiliate คุณสามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อดูว่าลิงก์ไหนทำงานได้ดีและปรับกลยุทธ์ตามนั้น

Shopee Affiliate เป็นโปรแกรมที่ให้โอกาสในการหารายได้แบบออนไลน์ โดยการโปรโมตสินค้าบน Shopee หากคุณมีการวางแผนและใช้กลยุทธ์การตลาดที่ดี โอกาสในการสร้างรายได้จากโปรแกรมนี้ก็จะสูงขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในโปรแกรมนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเลือกสินค้าและการโปรโมตอย่างมีประสิทธิภาพ

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    bk8

เศรษฐกิจของประเทศไทยในยุค 80

ในยุค 1980 เศรษฐกิจของประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

นับเป็นยุคสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมากมาย สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยหลัก ซึ่งทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  1. การพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุนจากต่างประเทศ:

การเติบโตทางเศรษฐกิจในยุค 1980 ของประเทศไทยนั้น มาจากการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ภาครัฐได้ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่านนโยบายที่เอื้ออำนวย เช่น การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม การลดภาษี และการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ทำให้มีการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรปเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก การลงทุนเหล่านี้ได้กระตุ้นการขยายตัวของภาคการผลิตและการส่งออก ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในยุคนั้น

  1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน:

รัฐบาลไทยในยุค 1980 ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางด้านคมนาคม เช่น การสร้างถนน ทางด่วน และสนามบิน รวมถึงการพัฒนาแหล่งพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและบริการ

  1. การขยายตัวของภาคการเกษตร:

ถึงแม้ว่าภาคอุตสาหกรรมจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ภาคการเกษตรยังคงเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยในยุค 1980 มีการพัฒนาการเกษตรเชิงพาณิชย์มากขึ้น เช่น การปลูกพืชเพื่อการส่งออก ได้แก่ ข้าว ยางพารา และผลไม้ต่าง ๆ การพัฒนาภาคการเกษตรทำให้รายได้ของประชาชนในชนบทเพิ่มขึ้น และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างเมืองและชนบท

  1. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม:

การเติบโตทางเศรษฐกิจในยุค 1980 ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างมากมาย ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การขยายตัวของเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานจากชนบทเข้าสู่เมืองอย่างมากมาย นอกจากนี้ การเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านการบริโภค การแต่งกาย และรูปแบบการใช้ชีวิต

  1. การเติบโตของภาคบริการ:

นอกจากภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรแล้ว ภาคบริการก็เติบโตขึ้นอย่างมากในยุค 1980 มีการขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยว การบริการทางการเงิน และการค้าปลีก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

 

  1. การจัดการเศรษฐกิจมหภาค:

รัฐบาลไทยในยุคนี้ได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่มีเสถียรภาพ การบริหารจัดการการคลัง การเงิน และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมอัตราเงินเฟ้อและการรักษาอัตราแลกเปลี่ยนที่เสถียรภาพทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน

บทสรุป

เศรษฐกิจของประเทศไทยในยุค 1980 ได้รับการพัฒนาไปในทางที่ดีอย่างชัดเจน การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากการพัฒนาอุตสาหกรรม การลงทุนจากต่างประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

และการขยายตัวของภาคการเกษตรและบริการ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในยุค 1980 ได้สร้างรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในยุคต่อ ๆ มา

 

ได้รับการสนับสนุนเนื้อหานี้โดย    ole777 ทางเข้า

ผลกระทบการปัญหาเงินเฟ้อในประเทศลาว 

สำหรับใครที่ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประเทศลาวในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าประเทศลาวกำลังประสบกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่พบมากที่สุดในตอนนี้ก็คือปัญหาเงินเฟ้อในประเทศลาวนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันประเทศลาวมีการใช้สกุลเงินเป็นของตนเองนั่นก็คือสกุลเงินกีบแต่ปัจจุบันด้วยปัญหาภาวะเงินเฟ้อทำให้เงินกีบแทบจะไม่มีค่าอะไรแล้ว 

สำหรับปัญหาเงินเฟ้อของประเทศลาวในปัจจุบันนั้นมีมากมายหลายสาเหตุ และการที่จะแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อในประเทศลาวนั้นค่อนข้างแก้ไขได้อย่างยากลำบาก

ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อในประเทศลาวว่าลาวจะต้องเผชิญกับสถานการณ์อย่างไรบ้าง 

สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศลาวที่กำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อมีหลายสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดปัญหานี้ ได้แก่:

  1. นโยบายทางเศรษฐกิจและการเงินที่ไม่เพียงพอ: รัฐบาลลาวประสบปัญหาในการบริหารจัดการงบประมาณและการเงิน ทำให้เกิดการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ
  2. การลดค่าเงินกีบ: ค่าเงินกีบที่ลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้ราคาสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาแพงขึ้น
  3. ราคาน้ำมันและสินค้าพื้นฐาน: ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าต่างๆ ในประเทศลาวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
  4. ปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติ: ลาวเป็นประเทศที่ประสบภัยพิบัติธรรมชาติบ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ทำให้ราคาสินค้าอาหารเพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน ประชาชนลาวได้รับความเดือดร้อนจากภาวะเงินเฟ้อในหลายด้าน ดังนี้

– ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น: ประชาชนต้องจ่ายเงินมากขึ้นในการซื้อสินค้าพื้นฐาน เช่น อาหาร น้ำมัน และยา ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้น

– รายได้ไม่เพียงพอ: รายได้ของประชาชนไม่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้า ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนลดลง

– ภาวะหนี้สินเพิ่มขึ้น: ประชาชนต้องกู้เงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้พอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้หนี้สินในครัวเรือนสูงขึ้น

การแก้ไขปัญหาภาวะเงินเฟ้อในประเทศลาวสามารถทำได้โดย

  1. การเสริมสร้างนโยบายการเงินและการคลังที่เข้มแข็ง: รัฐบาลควรเพิ่มความเข้มแข็งในการบริหารจัดการการเงินและการคลัง เช่น การควบคุมการใช้จ่ายของรัฐและการจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การส่งเสริมการผลิตในประเทศ: รัฐบาลควรส่งเสริมการผลิตสินค้าในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาสินค้านำเข้า
  3. การควบคุมราคา: รัฐบาลควรมีมาตรการในการควบคุมราคาสินค้าพื้นฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาสินค้าสูงเกินไป
  4. การสนับสนุนเกษตรกรและผู้ผลิตในท้องถิ่น: รัฐบาลควรให้การสนับสนุนทางด้านการเงินและเทคนิคแก่เกษตรกรและผู้ผลิตในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    หวยดีพลัส

สิ่งที่ต้องทำหากเปิดธุรกิจติดตั้งและขายแผงโซล่าเซลล์แล้วมีคู่แข่ง

การทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร ก็มักจะมีคู่แข่งทั้งนั้น ขึ้นอยู่ว่าธุรกิจที่เราทำนั้นคนให้ความสนใจมากแค่ไหน ยิ่งเป็นธุรกิจที่มีคนสนใจเยอะคู่แข่งก็จะเยอะตามไปด้วย

ดังนั้นในบทความนี้จะพูดถึงการทำธุรกิจติดตั้งและขายแผงโซล่าเซลล์แล้วมีคู่แข่งเราควรจะทำอย่างไรเพื่อให้กิจการของเราสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ขายสินค้าได้นำหน้าคู่แข่ง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงและดำเนินการเพื่อแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่:

  1. การวิเคราะห์คู่แข่ง: ศึกษาคู่แข่งในพื้นที่เป้าหมายว่าใครเป็นคู่แข่งหลัก และพวกเขามีกลยุทธ์และข้อเสนอใดบ้างที่ดึงดูดลูกค้า การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้ทราบจุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่ง
  2. การสร้างความแตกต่าง (Unique Selling Proposition, USP): สร้างจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น บริการติดตั้งที่รวดเร็ว การใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การรับประกันที่ยาวนาน หรือการให้คำปรึกษาด้านพลังงานที่ครอบคลุม
  3. การพัฒนาคุณภาพบริการ: เน้นการให้บริการที่มีคุณภาพสูง ทั้งก่อนการขาย ระหว่างการติดตั้ง และบริการหลังการขาย การมีทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์สูงจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
  4. การจัดหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ: เลือกใช้แผงโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง และมีการรับประกันที่ดี การจัดหาผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยสร้างความน่าสนใจ
  5. การตลาดที่มีประสิทธิภาพ: ใช้สื่อออนไลน์และออฟไลน์ในการโปรโมตธุรกิจ เช่น การใช้โซเชียลมีเดีย การสร้างเว็บไซต์ที่ดี และการทำ SEO เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นพบธุรกิจได้ง่าย
  6. การสร้างเครือข่ายและพันธมิตร: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จัดหาและพันธมิตรทางธุรกิจ การเข้าร่วมองค์กรหรือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจ
  7. การนำเสนอบริการเสริม: เสนอแพคเกจการบริการเพิ่มเติม เช่น การบำรุงรักษา การตรวจสอบประสิทธิภาพ การให้คำปรึกษาด้านการประหยัดพลังงาน เป็นต้น
  8. การใช้โปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษ: การเสนอโปรโมชั่นส่วนลดหรือข้อเสนอพิเศษสามารถช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่า
  9. การรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า: รับฟังและตอบสนองความคิดเห็นจากลูกค้าเพื่อนำไปปรับปรุงบริการ การมีความยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ
  10. การติดตามแนวโน้มและเทคโนโลยีใหม่ๆ: คอยติดตามและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในธุรกิจ เช่น แผงโซล่าเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การจัดเก็บพลังงานที่ดีขึ้น หรือการใช้ระบบการจัดการพลังงานที่ทันสมัย

โดยรวมแล้ว การที่คุณมีแผนการดำเนินงานที่ดี มีการวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่งอย่างละเอียด และมีการพัฒนาบริการที่มีคุณภาพ จะช่วยให้คุณมีโอกาสที่ดีในการแข่งขันในธุรกิจนี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    v9bet

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับทองคำ 

ทองคำมีความบริสุทธิ์หลายระดับ แต่ระดับที่มักนิยมใช้ในการลงทุนและสามารถขายออกได้ราคาดีที่สุดคือทองคำที่มีความบริสุทธิ์สูงที่สุด โดยทั่วไปทองคำบริสุทธิ์มีการวัดค่าเป็นเปอร์เซ็นต์

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับทองคำ  หรือเป็นสัดส่วนของทองคำบริสุทธิ์ต่อเนื้อทองทั้งหมด เช่น 99.99% (หรือเรียกว่าทอง 24 กะรัต) ซึ่งมีเหตุผลที่ควรเลือกซื้อทองคำบริสุทธิ์สูงดังนี้

  1. การยอมรับทั่วโลก:ทองคำที่มีความบริสุทธิ์ 99.99% (24 กะรัต) ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้สามารถขายออกได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ
  2. การประเมินราคา: ทองคำบริสุทธิ์สูงจะถูกประเมินราคาได้ใกล้เคียงกับราคาตลาดทองคำในปัจจุบันมากที่สุด ทำให้คุณได้ราคาดีเมื่อต้องการขายคืน
  3. ไม่มีส่วนผสมอื่น:ทองคำบริสุทธิ์สูงมีปริมาณทองคำที่แท้จริงมากที่สุดและไม่มีส่วนผสมอื่น ๆ ทำให้ไม่มีการสูญเสียคุณค่าเมื่อเวลาผ่านไป
  4. ความเสถียรของราคา:ทองคำบริสุทธิ์สูงมีความเสถียรของราคามากกว่าและมีความต้องการสูงในตลาด ทำให้มีความมั่นคงในการลงทุน

 

ระดับความบริสุทธิ์ของทองคำทั่วไป

– 24 กะรัต (99.99% ทองคำ): ทองคำบริสุทธิ์ที่สุดและเป็นที่นิยมในการลงทุน

– 22 กะรัต (ประมาณ 91.6% ทองคำ): มีการผสมโลหะอื่นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความแข็งแรง

– 18 กะรัต (ประมาณ 75% ทองคำ): ผสมโลหะอื่นมากขึ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนทาน แต่ไม่เหมาะสำหรับการลงทุนเท่ากับทองคำบริสุทธิ์

หากวัตถุประสงค์หลักของคุณคือการลงทุนเพื่อขายออกในอนาคต การเลือกซื้อทองคำที่มีความบริสุทธิ์สูงสุด (เช่น ทองคำ 24 กะรัต หรือ 99.99%) จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

ราคาทองคำในแต่ละประเทศมีการกำหนดและอ้างอิงจากหลายปัจจัย แต่หลัก ๆ แล้วมีปัจจัยที่สำคัญดังนี้

  1. ตลาดทองคำโลก:ราคาทองคำในตลาดโลกถูกกำหนดโดยตลาดทองคำหลัก ๆ เช่น London Bullion Market (LBMA), New York Mercantile Exchange (NYMEX), และ Shanghai Gold Exchange (SGE) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายทองคำระดับโลก
  2. อุปสงค์และอุปทาน:ความต้องการทองคำจากภาคอุตสาหกรรม, การลงทุน, และเครื่องประดับ รวมถึงปริมาณทองคำที่ถูกผลิตและเสนอขายในตลาด
  3. ค่าเงิน: การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีผลต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำมักซื้อขายในหน่วยเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของสกุลเงินจะมีผลต่อราคาทองคำในสกุลเงินอื่น
  4. ปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมือง:เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง เช่น ภาวะสงคราม, วิกฤตเศรษฐกิจ, อัตราดอกเบี้ย, และนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ล้วนมีผลต่อความต้องการลงทุนในทองคำ

 

ผู้มีบทบาทในการกำหนดราคาทองคำ
  1. ตลาดทองคำท้องถิ่น:

   – ในแต่ละประเทศมีตลาดทองคำท้องถิ่นที่กำหนดราคาทองคำโดยอ้างอิงจากราคาตลาดทองคำโลก ตัวอย่างเช่น:

     – สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย: กำหนดราคาทองคำในประเทศไทย โดยอ้างอิงจากราคาทองคำในตลาดโลกและปรับตามอัตราแลกเปลี่ยน

  1. ผู้ประกอบการค้าทองคำ:

   – บริษัทหรือร้านค้าทองคำที่ทำหน้าที่ซื้อขายทองคำให้กับประชาชน โดยจะใช้ราคาที่ประกาศจากตลาดทองคำท้องถิ่นในการกำหนดราคาซื้อขายทองคำในแต่ละวัน

ดังนั้นหากใครที่กำลังอยากจะหารายได้จากการซื้อขายทองคำ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทองให้ละเอียดก่อนการลงทุน

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    aesexy

แรงงานเขมรต้องตกงาน เพราะการกระทำของตัวเอง 

  

หลังจากที่ ฮุนเซน ออกมาพูดจากปากของตนเองในการเตรียมพร้อมการจัดกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศเขมรว่าตนเองเป็นผู้ตั้งใจเสี้ยมให้คนไทยกับคนเขมรทะเลาะกันเรื่องกุมขแมร์

  ซึ่งการเสี้ยมให้คนทั้งสองชาติทะเลาะกันในเรื่องวัฒนธรรมที่ไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของคนไทยเลยแถมยังตีหน้ามึนบอกว่าเป็นเรื่องปกติของคนเขมรแล้วเข้าใจว่าผู้นำไทยหรือรัฐบาลไทยคงไม่นำเรื่องนี้มาถือสาตนเอง

   ฮุนเซนมองว่าเป็นปกติของการเตรียมเลือกตั้งทั่วไปประเทศไทยอยู่ในช่วงการเตรียมเลือกตั้งเหมือนกันคงไม่มีใครมาสนใจในประเด็นนี้   แต่ ฮุนเซนกับคาดการณ์ผิดไปอย่างมากเพราะลืมนึกถึงไปว่าประเทศไทยนั้นปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยไม่เหมือนกับคอมมิวนิสต์แบบลาวหรือปกครองแบบอำนาจมืดเหมือนเขมร

คนที่สามารถตัดสินใจได้เองก็คือเจ้าของกิจการที่เป็นภาคเอกชนในไทยแม้แต่โครงการต่างๆของรัฐบาลทั้งงานก่อสร้างการทำถนนหรือธุรกิจโรงงานต่างๆรัฐบาล

ก็ต้องจ้างบริษัทของภาคเอกชนมาผลิตและสร้างให้ทั้งนั้นผลที่ตามมาก็คือกระทรวงแรงงานไทยประกาศกวดขันคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมายแต่คนที่มีอำนาจเด็ดขาดที่ส่งแรงงานเขมรกลับบ้านเป็นจำนวนมาก ทั้งมาแบบถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็คือเจ้าของกิจการคนไทยทั้งนั้นไม่ใช่รัฐบาล

 ทำให้มีแรงงานชาวเขมรจำนวนมากถูกเลิกจ้างแบบฟ้าแลบในทันทีด้วยเหตุผลก็คือไม่เอาแล้วไม่อยากได้แรงงานเขมรแล้วอยากได้แรงงานเมียนมาร์มากกว่าสุดท้ายแรงงานเขมรจำนวนมากก็ต้องกลับไปขอความช่วยเหลือต่อสถานทูตเขมรประจำประเทศไทยให้หาทางช่วยเหลือ 

และสุดท้ายมันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรที่รัฐบาลไทยจะช่วยเหลือแรงงานเขมรตามที่ธูปเขมรมาขอความช่วยเหลือได้

เพราะอำนาจการไม่รับแรงงานเขมรก็คือเจ้าของผู้ประกอบการที่เป็นเอกชนของไทยเราจึงได้เห็นภาพและงานเขมรจำนวนมากมายมหาศาลเริ่มทยอยเก็บข้าวเก็บของออกจากแผ่นดินไทยเพื่อกลับบ้านที่เขมรตามแนวชายแดนจำนวนมากหลายคนบ่นตัดพ้อว่ากับเขมร

ก็คงลำบากเพราะไม่มีงานทำแถมมีรายได้ไม่พอยาไส้คนในครอบครัวและมองไม่เห็นอนาคตที่จะสามารถสร้างรายได้ให้มั่นคงได้ 

  อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของมวยกุมขแมร์เท่านั้นที่กำลังมีปัญหาอยู่ในตอนนี้แต่เขมรยังคงมีปัญหากับประเทศไทยอีกหลายอย่างทั้งเรื่องของวัฒนธรรมอาหารการกินต่างๆที่ชาวเขมรอ้างว่าคนไทยนั้นแอบอ้างเอาวัฒนธรรมของชาวเขมรไป

ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ชาวเขมรต้องตกงานเพราะคนไทยจะไม่ยอมนิ่งเฉยต่อการะกระทำของชาวเขมรอีกต่อไป 

 

สนับสนุนโดย    เว็บหวยดี